วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2567

สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่มที่ 10


   สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่มที่ 10

ประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา: ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย หลักการและการประเมิน การนําเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน”







ภาพการเข้าร่วมและทำกิจกรรมการนำเสนองาน กลุ่มที่ 10 ผ่านช่องทาง Google Meet


สรุปความรู้ กลุ่มที่ 10

ประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา: ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย หลักการและการประเมิน การนําเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน”

ความหมายของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ คือ ความรู้เบื้องต้นที่เด็กควรจะได้รับรู้และมีประสบการณ์ และได้รับการฝึกฝน ในเรื่องของการสังเกต การจําแนกเปรียบเทียบการบอกตําแหน่ง การเรียงลําดับ การนับ และการชั่ง ตวง วัด ซึ่งทักษะเหล่านี้ เป็นทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่จะเป็นพื้นฐานช่วยเตรียมเด็กให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ คณิตศาสตร์ในขั้นต่อไปในอนาคต

ความสําคัญของความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

คณิตศาสตร์มีความสําคัญคณิตศาสตร์มีความสําคัญต่อชีวิตประจําวันของทุกคน ดังนั้นเด็กปฐมวัยจึงควรได้รับการส่งเสริมและเรียนรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จากประสบการณ์ชีวิตประจําวันที่เรียนจากสิ่งง่ายไปหาสิ่งยาก จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม เพื่อเด็กปฐมวัยจะได้สามารถเรียนรู้ได้ถูกต้องและแม่นยําในการคิดคํานวณ และสัญลักษณ์ตัวเลขต่างๆ

แนวทางส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

      ในการส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ ได้มีผู้กล่าวถึงหลักในการส่งเสริมดังนี้คือ

1. เด็กจะเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง จากของจริงจะต้องหาอุปกรณ์ซึ่งเป็นจริงให้มากที่สุด และเริ่มจากการสอนแบบรูปธรรมไปหานามธรรม

2. เริ่มจากสิ่งที่ง่ายๆ ใกล้ตัวเด็กจากง่ายไปหายาก

3. สร้างความเข้าใจและรู้ความหมายมากกว่าการให้จํา โดยให้เด็กค้นคว้าด้วยตนเอง หัดให้ตัดสินใจเองโดยการถามให้เด็กคิดหาเหตุผลมาตัดสินใจตอบ

4. ฝึกให้คิดจากปัญหาในชีวิตประจําวันของเด็กเพื่อขยายประสบการณ์ให้สัมพันธ์กับ

5. จัดกิจกรรมให้เด็กเกิดความสนุกสนานและได้รับความรู้ไปด้วย

6. เด็กปฐมวัยควรจะทราบว่าสิ่งต่างๆ นั้น ย่อมมีความเหมือนและต่างกันในเรื่องสี ขนาด

7. เด็กปฐมวัยควรจะเข้าใจใหญ่ตรงข้ามกับเล็ก

8. เด็กปฐมวัยควรจะได้ทราบเกี่ยวกับเรื่องความแตกต่างระหว่างยาวกับสั้น สูงกับเตี้ย ใกล้กับไกล

พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยตามลําดับขั้นแนวคิดของเพียเจต์ ดังนี้

1. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensorimotor Stage) พัฒนาการขั้นนี้อยู่ ในช่วงเด็กแรกเกิดถึงอายุ 2 ปี เด็กเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก โดยเริ่มจากการตอบรับผล (Reply) สะท้อน (Reflex) และปรับเปลี่ยนเด็กให้ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม

2. ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational stage) พัฒนาการขั้นนี้อยู่ในช่วงอายุ 2-7 ปี โดยที่เมื่อเด็กอายุ 2-4 ปี เด็กยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง มีขีดจํากัดในการรับรู้ สามารถเข้าใจได้ในมิติเดียว และเมื่อเด็กอายุ 5-6 ปี เด็กจะย่างเข้าสู่ขั้น Intuitive Thought ระยะนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการคิด ขึ้นอยู่กับการรับรู้กับการคิดอย่างมีเหตุผลตามความจริง

เพียเจต์จัดลําดับความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยตามระดับพัฒนาการดังนี้

1. การจัดหมวดหมู่ (Classification) เป็นการจัดสิ่งที่มีลักษณะเหมือนๆ กันเข้าพวก

2. การเรียงลําดับ (Seriation) โดยเรียงลําดับสิ่งที่มีลักษณะเดียวกันตามลําดับ

3. มิติสัมพันธ์ (Spatial Relationships) เป็นความสามารถที่จะเข้าใจขนาดและมิติ ต่างๆ ได้แก่ ระยะใกล้-ไกล สูง-ต่ำ รูปทรง พื้นที่ ทิศทาง และปริมาณ เป็นต้น

4. ความสัมพันธ์เกี่ยวกับเวลา (Temporal Relationships) เช่นนาน ช้า เร็ว

5. การอนุรักษ์ หรือการคงที่ด้านปริมาณ (Conservation) ได้แก่ความเข้าใจ เกี่ยวกับการคงที่ของปริมาณวัตถุแม้เมื่อเปลี่ยนรูปทรงไป

เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย

     1. การสังเกตพฤติกรรม

1. แบบบันทึกพฤติกรรม การสังเกตและการบันทึกพัฒนาการเด็กสามารถใช้แบบง่ายๆ โดยใช้วิธีการบันทึกเหตุการณ์เฉพาะอย่าง โดยบรรยายพฤติกรรมเด็ก ผู้บันทึกแบบบันทึกพฤติกรรมใช้บันทึกเหตุการณ์เฉพาะอย่างโดยบรรยายพฤติกรรมเด็ก และผู้บันทึกต้องบันทึก วัน เดือน ปีเกิดของเด็ก และวัน เดือน ปีที่ทําการบันทึกแต่ละครั้ง

2. แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม ในการสังเกตพฤติกรรมเด็กเป็นวิธีการที่ผู้สอนใช้ ในการศึกษาพัฒนาการของเด็ก เมื่อมีการสังเกตก็ต้องมีการบันทึก ผู้สอนควรทราบว่าจะบันทึกอะไรการบันทึกพฤติกรรมมีความสําคัญอย่างยิ่งที่ต้องทําอย่างสม่ำเสมอ

3.แบบบันทึกรายวัน เป็นการบันทึกเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนทุกวัน

4.แบบประเมินผลพัฒนาการ เป็นวิธีการที่ต้องใช้การสังเกตพฤติกรรมเด็กและบันทึกสิ่งที่สังเกตเห็นตามรายการที่กํา หนดขึ้นปัจจุบันนิยมใช้แทนแบบสังเกตมากขึ้น เพราะใช้สะดวกมีรายละเอียดกํา หนดกรอบให้บันทึกได้ครบถ้วน

     2. การสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์อาจเกิดขึ้นระหว่างครูกับเด็ก หรือระหว่างครูกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับ ตัวเด็ก การสัมภาษณ์ต่างจากการสังเกต คือ การสัมภาษณ์เปิดโอกาสให้มีการซักถามในสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบ

    3. การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก การเขียนเรื่องราวสั้น ๆเกี่ยวกับตัวเด็ก จากเหตุการณ์ที่ความหมายทั้งกับตัวครูและตัวเด็ก การเลือกเหตุการณ์ ที่นํา มาเขียนจะบ่งบอกถึงการให้ความสําคัญของครูต่อพฤติกรรมเด็ก และช่วยให้ครูตอบคํา ถามที่ตนอยากรู้ได้ดีขึ้น

    4. แฟ้มสะสมผลงานเด็ก แฟ้มผลงานเด็ก เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บรวบรวมและตีความข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับ เด็กเพื่อใช้ในการประเมินผล ดังนั้นแฟ้มผลงานเด็ก ถือเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่มีจุดประสงค์และกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

    5. การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ครูเข้าใจพฤติกรรมเด็กได้ดีขึ้น การใช้แบบประเมินผล พัฒนาการนั้นครูประจําชั้น จะต้องตั้งวัตถุประสงค์ว่าต้องการจะศึกษาอะไร หลังจากนั้นนํามาสร้างแบบประเมินผลพัฒนาการ โดยอาศัยทฤษฎีพัฒนาการเป็นหลัก

    6. การเขียนบันทึก เป็นการบันทึกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน ในบางครั้งการเขียนบันทึกอาจเน้นเฉพาะเด็กรายที่ต้องการศึกษา หรือเฉพาะศูนย์การเรียนหนึ่ง ๆ

    7. การใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่มและ ความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัย ทํา ให้ครูทราบว่าเด็ก ในชั้นของตนมีความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นอย่างไร


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แบบประเมิน BLOG

  แบบประเมิน BLOG https://forms.gle/UoWxr1CLdmtAerrB9 สรุปการประเมินBLOG