สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่มที่ 10
“ประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา: ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย หลักการและการประเมิน การนําเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน”
สรุปความรู้
กลุ่มที่ 10
“ประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา: ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
หลักการและการประเมิน การนําเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน”
ความหมายของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
คือ ความรู้เบื้องต้นที่เด็กควรจะได้รับรู้และมีประสบการณ์ และได้รับการฝึกฝน
ในเรื่องของการสังเกต การจําแนกเปรียบเทียบการบอกตําแหน่ง การเรียงลําดับ การนับ
และการชั่ง ตวง วัด ซึ่งทักษะเหล่านี้
เป็นทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่จะเป็นพื้นฐานช่วยเตรียมเด็กให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้
คณิตศาสตร์ในขั้นต่อไปในอนาคต
ความสําคัญของความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์มีความสําคัญคณิตศาสตร์มีความสําคัญต่อชีวิตประจําวันของทุกคน
ดังนั้นเด็กปฐมวัยจึงควรได้รับการส่งเสริมและเรียนรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์
จากประสบการณ์ชีวิตประจําวันที่เรียนจากสิ่งง่ายไปหาสิ่งยาก
จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม
เพื่อเด็กปฐมวัยจะได้สามารถเรียนรู้ได้ถูกต้องและแม่นยําในการคิดคํานวณ
และสัญลักษณ์ตัวเลขต่างๆ
แนวทางส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
ในการส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์
ได้มีผู้กล่าวถึงหลักในการส่งเสริมดังนี้คือ
1.
เด็กจะเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
จากของจริงจะต้องหาอุปกรณ์ซึ่งเป็นจริงให้มากที่สุด
และเริ่มจากการสอนแบบรูปธรรมไปหานามธรรม
2.
เริ่มจากสิ่งที่ง่ายๆ ใกล้ตัวเด็กจากง่ายไปหายาก
3.
สร้างความเข้าใจและรู้ความหมายมากกว่าการให้จํา โดยให้เด็กค้นคว้าด้วยตนเอง
หัดให้ตัดสินใจเองโดยการถามให้เด็กคิดหาเหตุผลมาตัดสินใจตอบ
4.
ฝึกให้คิดจากปัญหาในชีวิตประจําวันของเด็กเพื่อขยายประสบการณ์ให้สัมพันธ์กับ
5.
จัดกิจกรรมให้เด็กเกิดความสนุกสนานและได้รับความรู้ไปด้วย
6.
เด็กปฐมวัยควรจะทราบว่าสิ่งต่างๆ นั้น
ย่อมมีความเหมือนและต่างกันในเรื่องสี ขนาด
7.
เด็กปฐมวัยควรจะเข้าใจใหญ่ตรงข้ามกับเล็ก
8.
เด็กปฐมวัยควรจะได้ทราบเกี่ยวกับเรื่องความแตกต่างระหว่างยาวกับสั้น
สูงกับเตี้ย ใกล้กับไกล
พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยตามลําดับขั้นแนวคิดของเพียเจต์
ดังนี้
1.
ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensorimotor Stage) พัฒนาการขั้นนี้อยู่ ในช่วงเด็กแรกเกิดถึงอายุ 2 ปี
เด็กเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก โดยเริ่มจากการตอบรับผล (Reply) สะท้อน (Reflex) และปรับเปลี่ยนเด็กให้ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม
2.
ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational stage) พัฒนาการขั้นนี้อยู่ในช่วงอายุ 2-7 ปี
โดยที่เมื่อเด็กอายุ 2-4 ปี เด็กยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง
มีขีดจํากัดในการรับรู้ สามารถเข้าใจได้ในมิติเดียว และเมื่อเด็กอายุ 5-6 ปี เด็กจะย่างเข้าสู่ขั้น Intuitive Thought ระยะนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการคิด
ขึ้นอยู่กับการรับรู้กับการคิดอย่างมีเหตุผลตามความจริง
เพียเจต์จัดลําดับความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับ
คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยตามระดับพัฒนาการดังนี้
1.
การจัดหมวดหมู่ (Classification) เป็นการจัดสิ่งที่มีลักษณะเหมือนๆ
กันเข้าพวก
2.
การเรียงลําดับ (Seriation) โดยเรียงลําดับสิ่งที่มีลักษณะเดียวกันตามลําดับ
3.
มิติสัมพันธ์ (Spatial Relationships) เป็นความสามารถที่จะเข้าใจขนาดและมิติ
ต่างๆ ได้แก่ ระยะใกล้-ไกล สูง-ต่ำ รูปทรง พื้นที่ ทิศทาง และปริมาณ เป็นต้น
4.
ความสัมพันธ์เกี่ยวกับเวลา (Temporal Relationships) เช่นนาน ช้า เร็ว
5.
การอนุรักษ์ หรือการคงที่ด้านปริมาณ (Conservation) ได้แก่ความเข้าใจ เกี่ยวกับการคงที่ของปริมาณวัตถุแม้เมื่อเปลี่ยนรูปทรงไป
เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย
1. การสังเกตพฤติกรรม
1.
แบบบันทึกพฤติกรรม การสังเกตและการบันทึกพัฒนาการเด็กสามารถใช้แบบง่ายๆ
โดยใช้วิธีการบันทึกเหตุการณ์เฉพาะอย่าง โดยบรรยายพฤติกรรมเด็ก
ผู้บันทึกแบบบันทึกพฤติกรรมใช้บันทึกเหตุการณ์เฉพาะอย่างโดยบรรยายพฤติกรรมเด็ก
และผู้บันทึกต้องบันทึก วัน เดือน ปีเกิดของเด็ก และวัน เดือน
ปีที่ทําการบันทึกแต่ละครั้ง
2.
แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม ในการสังเกตพฤติกรรมเด็กเป็นวิธีการที่ผู้สอนใช้
ในการศึกษาพัฒนาการของเด็ก เมื่อมีการสังเกตก็ต้องมีการบันทึก
ผู้สอนควรทราบว่าจะบันทึกอะไรการบันทึกพฤติกรรมมีความสําคัญอย่างยิ่งที่ต้องทําอย่างสม่ำเสมอ
3.แบบบันทึกรายวัน เป็นการบันทึกเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนทุกวัน
4.แบบประเมินผลพัฒนาการ
เป็นวิธีการที่ต้องใช้การสังเกตพฤติกรรมเด็กและบันทึกสิ่งที่สังเกตเห็นตามรายการที่กํา
หนดขึ้นปัจจุบันนิยมใช้แทนแบบสังเกตมากขึ้น เพราะใช้สะดวกมีรายละเอียดกํา
หนดกรอบให้บันทึกได้ครบถ้วน
2. การสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์อาจเกิดขึ้นระหว่างครูกับเด็ก
หรือระหว่างครูกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับ ตัวเด็ก
การสัมภาษณ์ต่างจากการสังเกต คือ
การสัมภาษณ์เปิดโอกาสให้มีการซักถามในสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบ
3. การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก
การเขียนเรื่องราวสั้น ๆเกี่ยวกับตัวเด็ก
จากเหตุการณ์ที่ความหมายทั้งกับตัวครูและตัวเด็ก การเลือกเหตุการณ์ ที่นํา
มาเขียนจะบ่งบอกถึงการให้ความสําคัญของครูต่อพฤติกรรมเด็ก และช่วยให้ครูตอบคํา
ถามที่ตนอยากรู้ได้ดีขึ้น
4. แฟ้มสะสมผลงานเด็ก แฟ้มผลงานเด็ก
เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บรวบรวมและตีความข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับ
เด็กเพื่อใช้ในการประเมินผล ดังนั้นแฟ้มผลงานเด็ก
ถือเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่มีจุดประสงค์และกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
5. การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ
เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ครูเข้าใจพฤติกรรมเด็กได้ดีขึ้น การใช้แบบประเมินผล
พัฒนาการนั้นครูประจําชั้น จะต้องตั้งวัตถุประสงค์ว่าต้องการจะศึกษาอะไร
หลังจากนั้นนํามาสร้างแบบประเมินผลพัฒนาการ โดยอาศัยทฤษฎีพัฒนาการเป็นหลัก
6. การเขียนบันทึก เป็นการบันทึกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน
ในบางครั้งการเขียนบันทึกอาจเน้นเฉพาะเด็กรายที่ต้องการศึกษา
หรือเฉพาะศูนย์การเรียนหนึ่ง ๆ
7. การใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่มและ
ความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัย ทํา ให้ครูทราบว่าเด็ก ในชั้นของตนมีความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นอย่างไร
.png)



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น