สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่มที่ 9
การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา (ภาษา) ของเด็กปฐมวัย
สรุปความรู้
กลุ่มที่ 9
การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา
(ภาษา) ของเด็กปฐมวัย
ความสำคัญของพัฒนาการด้านสติปัญญา
ภาษามีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัย
เพราะภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการ เรียนรู้ เป็น
พฤติกรรมชนิดหนึ่งช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสังคม เกิดความ อบอุ่น
เด็กแนวคิดตลอดจนความรู้สึกต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้าง เด็กสามารถสร้าง จินตนาการ
ในสมองซึ่งก่อให้เกิดการทดลองขึ้น เด็กสามารถสร้างจินตนากรถึง
วัตถุนั้นจะอยู่นอกสายตาหรืออยู่ในอดีต เด็กสามารถทำการทดลองให้สมอง
และทำได้เร็วกว่าการจัดกระทำกับวัตถุนั้นจริง ๆ
ลักษณะพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยมีดังนี้
1.
พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 1 ปี
รู้จักเชื่อมโยงคำพูดกับการกระทำ ชอบฟังคำซ้ำๆ เสียงสูงๆ ต่ำ ๆ
รู้ว่าทำต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ของวัตถุนั้น ๆ เริ่มพูดเป็นคำใหม่
ค้นหาที่ปิดซ่อนจากสายตาได้ รู้จักชื่อตนเอง แสดงความคิด จินตนาการ
2.
พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 2 ปี
ด้านสติปัญญา เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น
สนใจค้นคว้าสำรวจสิ่งต่าง ๆรอบตัว เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ
โดยการเลียนแบบผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือเด็กอื่น มีช่วงความสนใจ กับบางอย่างได้นาน 3-5
นาที ชอบดูหนังสือภาพ ฟังบทกลอน นิทาน คำ คล้องจอง
รู้จักซักถามสิ่งที่สงสัยโดยใช้ประโยคคำถาม ว่า "อะไร"
3.
พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 3 ปี
ด้านสติปัญญา
เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว สำรวจสิ่งต่าง ๆที่
เหมือนกันและต่างกันได้ เรียนรู้จากการสังเกตและเลียนแบบผู้อื่น จำแนกสิ่ง ต่าง
ๆด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า
4.
พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 4 ปี
ด้านสติปัญญา บอกชื่อและนามสกุลของตนเอง
เด็กในวัยนี้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยการจำแนกด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า
สำรวจและทดลองเล่นกับสิ่งของหรือ ของเล่นต่าง ๆ ตามคิดของตนเอง
5.
พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กระหว่าง 5-6 ปี
ด้านสติปัญญาสามารถฟังเรื่องราวและถ่ายทอดให้ผู้อื่นฟังได้บอกชื่อ
นามสกุล และอายุของตนเอง สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง โดยมีรายละเอียด
เพิ่มขึ้นและแปลกใหม่ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง
ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา
เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้และเรียนรู้สิ่งต่าง
ๆ รอบตัวในชีวิตประจำวันผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าและการเคลื่อนไหว
ได้พัฒนาการใช้ภาษาสื่อความหมายและความคิด รู้จัก สังเกตคุณลักษณะต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นสี ขนาด รูปร่าง รูปทรง ผิวสัมผัส จดจำชื่อ เรียกสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
ประสบการณสำคัญที่ควรสงเสริม ประกอบด้วย การตอบ คำถามจากการคิด
การเชื่อมโยงจากประสบการณ์เดิม การเรียงลำดับ เหตุการณ์ การยืดหยุ่นความคิดตามวัย
การจดจ่อใส่ใจ การสังเกตวัตถุหรือ สิ่งของที่มีสีสันและรูปทรงที่แตกต่างกัน
การฟังเสียงต่าง ๆ รอบตัว การฟัง นิทานหรือเรื่องราวสั้นๆ การพูดบอกความต้องการ
การเล่าเรื่องราว การสำรวจ และการทดลองอย่างง่ายๆ การคิดวางแผนที่ไม่ซับซ้อน
การคิดตัดสินใจหรือ คิดแก้ปัญหาในเรื่องที่ง่าย ๆ ด้วยตนเอง
การแสดงความคิดสร้างสรรค์และ จินตนการ เป็นต้น
ความสำคัญของภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
ภาษามีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัย
เพราะภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการ เรียนรู้
เป็นพฤติกรรมชนิดหนึ่งช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสังคม เกิดความ
อบอุ่นการแนวคิดตลาดในความรู้สึกต่างกัน ที่อยู่รอบข้างเล็การจินตนาการ
ถึงวัตถุนั้นจะอยู่นอกสายตาหรืออยู่ในอดีต เด็กสามารถทำการทดลองให้สมอง
และทำได้เร็วกว่าการจัดกระทำกับวัตถุนั้นจริง ๆ
ภาษาสำาหรับเด็กปฐมวัย
1. การฟัง
(1) ด้านความสามารถในการได้ยินและจับใจความซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์
และภูมิหลังของเด็ก ครูจึงต้องปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการและ
ความจําเป็นนั้น ๆ
(2) ด้านความตั้งใจฟัง
เกิดขึ้นเมื่อมีแรงจูงใจ มีเหตุผลที่ดีหรือมีประโยชน์ ต่อเด็ก
(3) ด้านนิสัยในการฟัง
เป็นพฤติกรรมตอบสนองต่อสถานการณ์ในการฟัง นิสัยที่ดีในการฟัง
2. การพูด
เป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารกับผู้อื่น สาระที่เด็กควรเรียนรู้เพื่อให้
สามารถสื่อสารกับผู้อื่นอย่างมีความหมายและตรงตามความต้องการของเด็ก ได้แก่
(1) คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเด็ก
หรือคำศัพท์เกี่ยวกับเรื่อง ราวที่เด็กสนใจ
(2) การเรียงลำดับคำต่าง ๆ
เพื่อใช้ในการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ
(3) การใช้คำพูดที่เป็นที่ยอมรับและ/หรือคำพูดที่สุภาพ
(4) การใช้คำพูดให้เหมาะสมกับบุคคลที่ต้องการสื่อสารด้วย
(5) ความมั่นใจในการพูดกับผู้อื่น
(6) การยอมรับความคิดที่ผู้อื่นแสดงออกด้วยการพูด
(7) ความสนใจที่มีต่อคำใหม่
ๆ สาระเหล่านี้ช่วยให้เด็กสามารถมากขึ้น
3. การอ่าน
(1) ความรู้เกี่ยวกับการใช้หนังสือ
ได้แก่ การรู้ทิศทางในการถือหนังสือการรู้
ส่วนประกอบของหนังสือและการรู้ทิศทางในการอ่าน
(2) ความรู้เกี่ยวกับตัวอักษร
ได้แก่ การรู้ว่าการอ่านกับการเขียนสัมพันธ์กัน การรู้จักคำคุ้นตา
การรู้ว่าคำคืออะไร การรู้จักตัวอักษรตัวแรกและตัวสุดท้าย ของคำ
และการรู้รูปร่างและทิศทางของตัวอักษร
(3) ความรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายวรรคตอน
ได้แก่ การรู้ความหมายของ เครื่องหมายคำพูดเครื่องหมายคำถามและเครื่องหมายอัศเจรีย์
(4) ความรู้เกี่ยวกับการใช้สิ่งชี้แนะ
ในการคาดคะเนและตรวจสอบการคาค คะเน ได้แก่ การคาดคะเนและตรวจสอบการคาดคะเน
โดยอาศัยภาพความ หมายของคำ โครงสร้างของประโยคและ/หรือพยัญชนะต้นของคำ
4. การเขียน
(1) การสร้างสัญลักษณ์ภาษาเขียน
หมายถึง กรสร้างภาพและ/หรือ ข้อความ ด้วยการวาด
การลอกการจำมาเขียนทั้งที่ไม่ถูกต้องสมบูรณ์และถูกต้องสมบูรณ์
การคิดพยัญชนะขึ้นเสียงของคำตลอดจนการคิดสะกดคำ
(2) ทิศทางการเขียน
หมายถึง การจัดเรียงตำแหน่งของสิ่งที่เขียน ตั้งแต่
การจัดเรียงตามแนวตั้งและแนวนอนอย่างสะเปะสะปะ ไปจนกระทั่งเด็ก
สามารถเขียนจากซ้ายไปขวาและบนลงล่างอย่างสม่ำเสมอ
(3) วิธีถ่ายทอดความหมายของสัญลักษณ์ภาษาเขียน
หมายถึง การแสดงความหมายของภาพหรือข้อความที่ตนเขียนให้ผู้อื่นรับรู้ด้วยการบอกให้ครูช่วย
เขียนให้เขียนเองบางส่วนตลอดจนเขียนเองทั้งหมด
(4) ความซับซ้อนของความหมาย
หมายถึง ความชัดเจน ความละเอียดลออ และครอบคลุม
ประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
เป็นการประเมิน
เด็กอย่างรอบด้านเป็นระบบคอบคลุมพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตาม
สภาพจริงจากการผู้ปฏิบัติในกิจวัตรประจำวัน ซึ่งเป็นการประเมินเด็กเป็นราย บุคคล
การประเมินเด็กปฐมวัยจึงมีความแตกต่างจากการประเมินเด็กในระดับ
อื่นที่สูงขึ้นเนื่องจากเด็กปฐมวัยมีธรรมชาติในการเรียนรู้ต่างจากเด็กวัยอื่นการ
ประเมินตามสภาพจริงจึงเป็นการประเมินที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย โดย
ครูจะต้องตรวจสอบและประเมินอย่างระมัดระวัง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วาง ไว้
และเหมาะสมกับการส่งเสริมและ พัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับ ธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยจึงจำเป็นต้องเข้าใจการประเมิน
ประเภทการวัดและการประเมิน
1.
การทดสอบ (testing) ในระดับปฐมวัย หมายถึง
วิธีกรประเมินรวบรวม ข้อมูลอย่าง
เป็นทางการใช้อย่างกว้างขวางในการวัดพฤติกรรมของผู้เรียน และ
ผลการวัดออกมาเป็นคะแนน
2.
การวัด (mcasurement) ในระดับปฐมวัย หมายถึง
การวัดกระบวนการ เทียบปริมาณ เพื่อแสดงค่าตัวเลข เป็นการกำหนดเซตของจำนวน
3.
การประเมินผล (evasurement) ในระดับปฐมวัย
หมายถึง กระบวนการ ที่ต่อมาจากการวัด แล้วตัดสินใจสรุปคุณค่าอย่างมีเกณฑ์
4.
การประเมิน (assessment) ในระดับปฐมวัย
หมายถึง เน้นการใช้วิธีการ
และเครื่องมือที่หลากหลายในการวัดที่มีระบบและจุดมุ่งหมาย
ในการมองความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
วิธีการประเมินผล
มีวิธีการประเมินผลที่หลากหลาย ได้แก่
1.
การสังเกตพฤติกรรมของเด็ก โดยครูเป็นผู้สังเกต ขณะเด็กทำกิจกรรม
2.
การบันทึกพฤติกรรมของเด็ก โดยการสัมภาษณ์
3.
สารสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียนโดยผ่านสมุดรายงรน พฤติกรรม
4.
สอบถามพฤติกรรมเด็กจากผู้ปกครองในวันนัดประเมินพัฒนาการ
5.
การให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของเด็ก
6.
การสนทนา โต้ตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็นได้อย่างเหมาะสม
7.
การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
8.
การใช้แบบทบทวนเนื้อหาตามหน่วยการเรียนการสอน
9.การรวบรวมผลงานในรูปแบบของแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
การประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัย
แนวทางการประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริง
1.
สร้างเครื่องมือการประเมินที่เหมาะสมกบธรรมชาติของการเรียนรู้ภาษา
ของเด็ก
2.
กำหนดเครื่องมือในการประเมินที่หลากหลายการประเมินพัฒนาการ
3.
บูรณาการการสอนกับการประเมิน
4.
เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็กในการประเมินพัฒนาการทางภาษา
5.
ให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลผลิตขณะที่เด็กร่วมกิจกรรมทางภาษา
6.
ประเมินจากบริบทที่หลากหลาย
7.
ประเมินเด็กเป็นรายบุคคล
8.
ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง
9.
การจัดทำสารนิทัศน์ด้วยการรวบรวมข้อมูลกับการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก
.png)

.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น