วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2567

สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่มที่ 9

  

 สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่มที่ 9

การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา (ภาษา) ของเด็กปฐมวัย



ภาพการเข้าร่วมและทำกิจกรรมการนำเสนองาน กลุ่มที่ 9 ผ่านช่องทาง Google Meet

สรุปความรู้ กลุ่มที่ 9

การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา (ภาษา) ของเด็กปฐมวัย

ความสำคัญของพัฒนาการด้านสติปัญญา

ภาษามีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัย เพราะภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการ เรียนรู้ เป็น พฤติกรรมชนิดหนึ่งช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสังคม เกิดความ อบอุ่น เด็กแนวคิดตลอดจนความรู้สึกต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้าง เด็กสามารถสร้าง จินตนาการ ในสมองซึ่งก่อให้เกิดการทดลองขึ้น เด็กสามารถสร้างจินตนากรถึง วัตถุนั้นจะอยู่นอกสายตาหรืออยู่ในอดีต เด็กสามารถทำการทดลองให้สมอง และทำได้เร็วกว่าการจัดกระทำกับวัตถุนั้นจริง ๆ

ลักษณะพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยมีดังนี้

1. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 1 ปี

      รู้จักเชื่อมโยงคำพูดกับการกระทำ ชอบฟังคำซ้ำๆ เสียงสูงๆ ต่ำ ๆ รู้ว่าทำต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ของวัตถุนั้น ๆ เริ่มพูดเป็นคำใหม่ ค้นหาที่ปิดซ่อนจากสายตาได้ รู้จักชื่อตนเอง แสดงความคิด จินตนาการ

2. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 2 ปี

        ด้านสติปัญญา เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น สนใจค้นคว้าสำรวจสิ่งต่าง ๆรอบตัว เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ โดยการเลียนแบบผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือเด็กอื่น มีช่วงความสนใจ กับบางอย่างได้นาน 3-5 นาที ชอบดูหนังสือภาพ ฟังบทกลอน นิทาน คำ คล้องจอง รู้จักซักถามสิ่งที่สงสัยโดยใช้ประโยคคำถาม ว่า "อะไร"

3. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 3 ปี

       ด้านสติปัญญา เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว สำรวจสิ่งต่าง ๆที่ เหมือนกันและต่างกันได้ เรียนรู้จากการสังเกตและเลียนแบบผู้อื่น จำแนกสิ่ง ต่าง ๆด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า

4. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 4 ปี

       ด้านสติปัญญา บอกชื่อและนามสกุลของตนเอง เด็กในวัยนี้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยการจำแนกด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า สำรวจและทดลองเล่นกับสิ่งของหรือ ของเล่นต่าง ๆ ตามคิดของตนเอง

5. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กระหว่าง 5-6 ปี

      ด้านสติปัญญาสามารถฟังเรื่องราวและถ่ายทอดให้ผู้อื่นฟังได้บอกชื่อ นามสกุล และอายุของตนเอง สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง โดยมีรายละเอียด เพิ่มขึ้นและแปลกใหม่ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา

เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวในชีวิตประจำวันผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าและการเคลื่อนไหว ได้พัฒนาการใช้ภาษาสื่อความหมายและความคิด รู้จัก สังเกตคุณลักษณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสี ขนาด รูปร่าง รูปทรง ผิวสัมผัส จดจำชื่อ เรียกสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ประสบการณสำคัญที่ควรสงเสริม ประกอบด้วย การตอบ คำถามจากการคิด การเชื่อมโยงจากประสบการณ์เดิม การเรียงลำดับ เหตุการณ์ การยืดหยุ่นความคิดตามวัย การจดจ่อใส่ใจ การสังเกตวัตถุหรือ สิ่งของที่มีสีสันและรูปทรงที่แตกต่างกัน การฟังเสียงต่าง ๆ รอบตัว การฟัง นิทานหรือเรื่องราวสั้นๆ การพูดบอกความต้องการ การเล่าเรื่องราว การสำรวจ และการทดลองอย่างง่ายๆ การคิดวางแผนที่ไม่ซับซ้อน การคิดตัดสินใจหรือ คิดแก้ปัญหาในเรื่องที่ง่าย ๆ ด้วยตนเอง การแสดงความคิดสร้างสรรค์และ จินตนการ เป็นต้น

ความสำคัญของภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

ภาษามีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัย เพราะภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการ เรียนรู้ เป็นพฤติกรรมชนิดหนึ่งช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสังคม เกิดความ อบอุ่นการแนวคิดตลาดในความรู้สึกต่างกัน ที่อยู่รอบข้างเล็การจินตนาการ ถึงวัตถุนั้นจะอยู่นอกสายตาหรืออยู่ในอดีต เด็กสามารถทำการทดลองให้สมอง และทำได้เร็วกว่าการจัดกระทำกับวัตถุนั้นจริง ๆ

ภาษาสำาหรับเด็กปฐมวัย

  1. การฟัง

    (1) ด้านความสามารถในการได้ยินและจับใจความซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และภูมิหลังของเด็ก ครูจึงต้องปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการและ ความจําเป็นนั้น ๆ

    (2) ด้านความตั้งใจฟัง เกิดขึ้นเมื่อมีแรงจูงใจ มีเหตุผลที่ดีหรือมีประโยชน์ ต่อเด็ก

    (3) ด้านนิสัยในการฟัง เป็นพฤติกรรมตอบสนองต่อสถานการณ์ในการฟัง นิสัยที่ดีในการฟัง

  2. การพูด เป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารกับผู้อื่น สาระที่เด็กควรเรียนรู้เพื่อให้ สามารถสื่อสารกับผู้อื่นอย่างมีความหมายและตรงตามความต้องการของเด็ก ได้แก่

    (1) คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเด็ก หรือคำศัพท์เกี่ยวกับเรื่อง ราวที่เด็กสนใจ

    (2) การเรียงลำดับคำต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ

    (3) การใช้คำพูดที่เป็นที่ยอมรับและ/หรือคำพูดที่สุภาพ

    (4) การใช้คำพูดให้เหมาะสมกับบุคคลที่ต้องการสื่อสารด้วย

    (5) ความมั่นใจในการพูดกับผู้อื่น

   (6) การยอมรับความคิดที่ผู้อื่นแสดงออกด้วยการพูด

    (7) ความสนใจที่มีต่อคำใหม่ ๆ สาระเหล่านี้ช่วยให้เด็กสามารถมากขึ้น

  3. การอ่าน

     (1) ความรู้เกี่ยวกับการใช้หนังสือ ได้แก่ การรู้ทิศทางในการถือหนังสือการรู้ ส่วนประกอบของหนังสือและการรู้ทิศทางในการอ่าน

     (2) ความรู้เกี่ยวกับตัวอักษร ได้แก่ การรู้ว่าการอ่านกับการเขียนสัมพันธ์กัน การรู้จักคำคุ้นตา การรู้ว่าคำคืออะไร การรู้จักตัวอักษรตัวแรกและตัวสุดท้าย ของคำ และการรู้รูปร่างและทิศทางของตัวอักษร

      (3) ความรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายวรรคตอน ได้แก่ การรู้ความหมายของ เครื่องหมายคำพูดเครื่องหมายคำถามและเครื่องหมายอัศเจรีย์

       (4) ความรู้เกี่ยวกับการใช้สิ่งชี้แนะ ในการคาดคะเนและตรวจสอบการคาค คะเน ได้แก่ การคาดคะเนและตรวจสอบการคาดคะเน โดยอาศัยภาพความ หมายของคำ โครงสร้างของประโยคและ/หรือพยัญชนะต้นของคำ

   4. การเขียน

       (1) การสร้างสัญลักษณ์ภาษาเขียน หมายถึง กรสร้างภาพและ/หรือ ข้อความ ด้วยการวาด การลอกการจำมาเขียนทั้งที่ไม่ถูกต้องสมบูรณ์และถูกต้องสมบูรณ์ การคิดพยัญชนะขึ้นเสียงของคำตลอดจนการคิดสะกดคำ

       (2) ทิศทางการเขียน หมายถึง การจัดเรียงตำแหน่งของสิ่งที่เขียน ตั้งแต่ การจัดเรียงตามแนวตั้งและแนวนอนอย่างสะเปะสะปะ ไปจนกระทั่งเด็ก สามารถเขียนจากซ้ายไปขวาและบนลงล่างอย่างสม่ำเสมอ

       (3) วิธีถ่ายทอดความหมายของสัญลักษณ์ภาษาเขียน หมายถึง การแสดงความหมายของภาพหรือข้อความที่ตนเขียนให้ผู้อื่นรับรู้ด้วยการบอกให้ครูช่วย เขียนให้เขียนเองบางส่วนตลอดจนเขียนเองทั้งหมด

      (4) ความซับซ้อนของความหมาย หมายถึง ความชัดเจน ความละเอียดลออ และครอบคลุม ประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

เป็นการประเมิน เด็กอย่างรอบด้านเป็นระบบคอบคลุมพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตาม สภาพจริงจากการผู้ปฏิบัติในกิจวัตรประจำวัน ซึ่งเป็นการประเมินเด็กเป็นราย บุคคล การประเมินเด็กปฐมวัยจึงมีความแตกต่างจากการประเมินเด็กในระดับ อื่นที่สูงขึ้นเนื่องจากเด็กปฐมวัยมีธรรมชาติในการเรียนรู้ต่างจากเด็กวัยอื่นการ ประเมินตามสภาพจริงจึงเป็นการประเมินที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย โดย ครูจะต้องตรวจสอบและประเมินอย่างระมัดระวัง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วาง ไว้ และเหมาะสมกับการส่งเสริมและ พัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับ ธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยจึงจำเป็นต้องเข้าใจการประเมิน

ประเภทการวัดและการประเมิน

1. การทดสอบ (testing) ในระดับปฐมวัย หมายถึง วิธีกรประเมินรวบรวม ข้อมูลอย่าง เป็นทางการใช้อย่างกว้างขวางในการวัดพฤติกรรมของผู้เรียน และ ผลการวัดออกมาเป็นคะแนน

2. การวัด (mcasurement) ในระดับปฐมวัย หมายถึง การวัดกระบวนการ เทียบปริมาณ เพื่อแสดงค่าตัวเลข เป็นการกำหนดเซตของจำนวน

3. การประเมินผล (evasurement) ในระดับปฐมวัย หมายถึง กระบวนการ ที่ต่อมาจากการวัด แล้วตัดสินใจสรุปคุณค่าอย่างมีเกณฑ์

4. การประเมิน (assessment) ในระดับปฐมวัย หมายถึง เน้นการใช้วิธีการ และเครื่องมือที่หลากหลายในการวัดที่มีระบบและจุดมุ่งหมาย ในการมองความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน

วิธีการประเมินผล มีวิธีการประเมินผลที่หลากหลาย ได้แก่

1. การสังเกตพฤติกรรมของเด็ก โดยครูเป็นผู้สังเกต ขณะเด็กทำกิจกรรม

2. การบันทึกพฤติกรรมของเด็ก โดยการสัมภาษณ์

3. สารสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียนโดยผ่านสมุดรายงรน พฤติกรรม

4. สอบถามพฤติกรรมเด็กจากผู้ปกครองในวันนัดประเมินพัฒนาการ

5. การให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของเด็ก

6. การสนทนา โต้ตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็นได้อย่างเหมาะสม

7. การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

8. การใช้แบบทบทวนเนื้อหาตามหน่วยการเรียนการสอน

9.การรวบรวมผลงานในรูปแบบของแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

การประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัย

     แนวทางการประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริง

1. สร้างเครื่องมือการประเมินที่เหมาะสมกบธรรมชาติของการเรียนรู้ภาษา ของเด็ก

2. กำหนดเครื่องมือในการประเมินที่หลากหลายการประเมินพัฒนาการ

3. บูรณาการการสอนกับการประเมิน

4. เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็กในการประเมินพัฒนาการทางภาษา

5. ให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลผลิตขณะที่เด็กร่วมกิจกรรมทางภาษา

6. ประเมินจากบริบทที่หลากหลาย

7. ประเมินเด็กเป็นรายบุคคล

8. ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง

9. การจัดทำสารนิทัศน์ด้วยการรวบรวมข้อมูลกับการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แบบประเมิน BLOG

  แบบประเมิน BLOG https://forms.gle/UoWxr1CLdmtAerrB9 สรุปการประเมินBLOG