วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2567

สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่มที่ 4

 

สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่มที่ 4


การประเมินพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจ  ลักษณะของอารมณ์ พื้นอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม (ต่อตนเองและผู้อื่น) ของเด็กปฐมวัย





    ภาพการเข้าร่วมและทำกิจกรรมการนำเสนองาน 
กลุ่มที่ 4 ผ่านช่องทาง Google Meet

สรุปความรู้กลุ่มที่ 4

การประเมินพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจ  ลักษณะของอารมณ์ พื้นอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม (ต่อตนเองและผู้อื่น) ของเด็กปฐมวัย 

ความหมายของพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจ

พัฒนาการทางอารมณ์-จิตใจ หมายถึง ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของการแสดงออกทางด้านอารมณ์รวมถึงความสามารถในการรับรู้อารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์โกรธ กลัว อิจฉา อยากรู้อยากเห็น อารมณ์สนุกสนาน และอารมณ์รัก

          พื้นอารมณ์ (TEMPERAMENT) คือ ลักษณะทางอารมณ์ของเด็กแต่ละคนที่มีมาตั้งแต่เกิด เช่น เด็กบางคนเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี ยิ้ม หัวเราะง่าย เด็กบางคนเลี้ยงยาก งอแง ขี้หงุดหงิด สามารถแบ่งลักษณะพื้นอารมณ์เด็ก 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

       1. เด็กเลี้ยงง่าย เด็กลักษณะนี้ เป็นเด็กที่กินนอน ขับถ่ายเป็นเวลา อารมณ์ดีเข้ากับคนง่าย ยิ้มง่าย

ปรับตัวได้ดี

                2. เด็กเลี้ยงยาก เป็นเด็กที่กินนอน ขับถ่ายไม่เป็นเวลา นอนยาก ตื่นง่าย เจ้าอารมณ์ ขี้หงุดหงิด

ปรับตัวยากเมื่อร้องไห้หยุดยาก

                3. เด็กปรับตัวช้า ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้ กินนอน ขับถ่ายเป็นเวลาขี้อายแต่หากเจอสถานการณ์ใหม่ๆ

ต้องใช้เวลาในการปรับตัว

ลักษณะพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจ

     ลักษณะพัฒนาการทางด้านอารมณ์ของเด็กปฐมวัยมี ดังนี้

             1. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัย 1 ปี ด้านอารมณ์จิตใจ เด็กในช่วงนี้เริ่มรู้จักทำอะไรตามใจตนเอง ขัดใจจะโกรธ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย แสดง อารมณ์เปิดเผยตามความรู้สึก

             2. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัย 2 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ เด็กวัยนี้จะแสดงอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆด้วยคำพูด อารมณ์มักจะขึ้นๆลงๆ มีความ เป็นตัวของตัวเอง

             3. พัฒนาการทางด้านอารมณ์เด็กวัย 3 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ ร่าเริง แจ่มใส แสดงอารมณ์ตามความรู้สึกไม่ทำร้ายผู้อื่นเมื่อไม่พอใจ เริ่มมีความมั่นใจ ในตนเอง

            4. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัย 4 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นวัยที่ชอบท้าทายผู้ใหญ่ ต้องการให้มีคนฟัง คนสนใจ สามารถแสดงออกทาง อารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์

            5. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัยระหว่าง 5-6 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ แสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับ

สถนการณ์อย่างเหมาะสม

      ลักษณะพัฒนาการทางด้านจิตใจของเด็กปฐมวัย

            3 ปี แรก เด็กเริ่มเลียนแบบพฤติกรรมการแสดงออกจากผู้ที่เด็กได้ใกล้ชิด บางครั้งเด็กแสดงพฤติกรรมไม่ถูกต้อง เพราะไม่เข้าใจในพฤติกรรมที่ตนได้กระทำ

          3-6 ปี พัฒนาการทางด้านจิตใจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเด็กสามารถใช้คําพูดที่มีความหมาย มีความชัดเจน มีการรับรู้ได้ดี เป็นวัยที่เด็กอยากรู้อยากเห็นมาก ทำให้พัฒนาการทางด้านจิตใจเกิดขึ้นได้

ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ

1.ลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรม สิ่งที่เด็กได้รับการถ่ายทอดจากบิดามารดาหรือบรรพบุรุษ

เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธได้ เช่น เด็กได้รับยีนเพศผิดปกติ XYY จะมีอารมณ์ผิดปกติ

พฤติกรรมก้าวร้าว เป็นต้น

2.การอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับจากครอบครัว การอบรมเลี้ยงดูแต่ละ

ครอบครัวแตกต่างกัน จะมีผลต่ออารมณ์และจิตใจของเด็ก ดังนี้

    1) บรรยากาศในการอบรมเลี้ยงดูและวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กของแต่ละครอบครัว

    2) ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว

    3) ความสม่ำเสมอและคงที่ในการอบรมเลี้ยงดู

    4)  สภาพเศรษฐกิจของครอบครัว

    5)  แหล่งที่ตั้งของครอบครัว

    6)  การโยกย้ายของครอบครัว

หลักการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ ของเด็กปฐมวัย

การประเมินพัฒนาการควรยึดหลัก ดังนี้

             1. วางแผนการประเมินพัฒนาการอย่างเป็นระบบโดยเริ่มต้นจากการศึกษาหลักสูตรการศึกษา

ปฐมวัย กำหนดวัตถุประสงค์ วิธีการและเครื่องมือการประเมินและเก็บรวบรวมข้อมูลแปลผลต่อไป

   2. ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้านซึ่งต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง

ประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์แต่ละวัยที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา

   3. ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี

   4.ประเมินพัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย

   5. สรุปผลการประเมินจัดทำข้อมูลและนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาเด็กเป็นรายบุคคลและใช้เป็น

ข้อมูล สื่อสารกับผู้ปกครองในการเสริมศักยภาพเด็กเป็นรายบุคคล

เทคนิควิธีและตัวอย่างที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ

1. การสังเกต การสังเกตเป็นเครื่องมือวัดผลชนิดหนึ่งที่นิยมใช้มาก เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตันักเรียนแล้วจึงบันทึก ผลการสังเกตลงในแบบบันทึกข้อมูลในการเรียนการสอน สิ่งที่ครูจะสังเกตนักเรียน

2. การสัมภาษณ์ ด้วยวิธีการพูดคุยกับเด็กเป็นรายบุคคลและควรจัดในสภาวะแวดล้อมเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิด ความเครียด และวิตกกังวลผู้สอนควรใช้คำถามที่เหมาะสมเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและตอบอย่างอิสระจะทำให้ ผู้สอนสามารถ ประเมินความสามารถทางสติปัญญาของเด็กแต่ละคนและค้นพบศักยภาพในตัวเด็กได้โดย บันทึก ข้อมูลลงในแบบสัมภาษณ์

3 แบบสำรวจรายการ โดยกำหนดประเด็นหรือพัฒนาการที่ต้องการสำรวจ (สอดคล้องกับสภาพที่พึง

ประสงค์หรือจุดประสงค์การเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้) ระบุชื่อ นามสกุลเด็ก วัน เดือน ปี เกิดไว้ล่วงหน้า มีการกำหนดรายการพฤติกรรมที่ต้องการสำรวจละเอียดขึ้น และกำหนดเกณฑ์ในการสำรวจพฤติกรรม เช่น ปฏิบัติ-ไม่ปฏิบัติ ทำได้-ทำไม่ได้ เป็นต้น ช่วยให้ครูสามารถบันทึกได้สะดวกขึ้น ควรมีการสำรวจพฤติกรรมในเรื่องเดียวกันอย่างน้อย ๓ ครั้งเพื่อยืนยันว่าเด็กทำได้จริง

 

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แบบประเมิน BLOG

  แบบประเมิน BLOG https://forms.gle/UoWxr1CLdmtAerrB9 สรุปการประเมินBLOG