สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่มที่ 4
สรุปความรู้กลุ่มที่
4
การประเมินพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจ ลักษณะของอารมณ์ พื้นอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม (ต่อตนเองและผู้อื่น) ของเด็กปฐมวัย
ความหมายของพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจ
พัฒนาการทางอารมณ์-จิตใจ
หมายถึง ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของการแสดงออกทางด้านอารมณ์รวมถึงความสามารถในการรับรู้อารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น
ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์โกรธ กลัว อิจฉา อยากรู้อยากเห็น อารมณ์สนุกสนาน และอารมณ์รัก
พื้นอารมณ์ (TEMPERAMENT)
คือ ลักษณะทางอารมณ์ของเด็กแต่ละคนที่มีมาตั้งแต่เกิด เช่น
เด็กบางคนเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี ยิ้ม หัวเราะง่าย เด็กบางคนเลี้ยงยาก งอแง
ขี้หงุดหงิด สามารถแบ่งลักษณะพื้นอารมณ์เด็ก 3 ประเภทใหญ่ๆ
คือ
1. เด็กเลี้ยงง่าย
เด็กลักษณะนี้ เป็นเด็กที่กินนอน ขับถ่ายเป็นเวลา อารมณ์ดีเข้ากับคนง่าย ยิ้มง่าย
ปรับตัวได้ดี
2. เด็กเลี้ยงยาก เป็นเด็กที่กินนอน ขับถ่ายไม่เป็นเวลา
นอนยาก ตื่นง่าย เจ้าอารมณ์ ขี้หงุดหงิด
ปรับตัวยากเมื่อร้องไห้หยุดยาก
3. เด็กปรับตัวช้า ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้ กินนอน
ขับถ่ายเป็นเวลาขี้อายแต่หากเจอสถานการณ์ใหม่ๆ
ต้องใช้เวลาในการปรับตัว
ลักษณะพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจ
ลักษณะพัฒนาการทางด้านอารมณ์ของเด็กปฐมวัยมี
ดังนี้
1. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัย 1 ปี
ด้านอารมณ์จิตใจ เด็กในช่วงนี้เริ่มรู้จักทำอะไรตามใจตนเอง ขัดใจจะโกรธ
อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย แสดง อารมณ์เปิดเผยตามความรู้สึก
2. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัย
2 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ เด็กวัยนี้จะแสดงอารมณ์
ความรู้สึกต่างๆด้วยคำพูด อารมณ์มักจะขึ้นๆลงๆ มีความ เป็นตัวของตัวเอง
3. พัฒนาการทางด้านอารมณ์เด็กวัย
3 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ ร่าเริง แจ่มใส
แสดงอารมณ์ตามความรู้สึกไม่ทำร้ายผู้อื่นเมื่อไม่พอใจ เริ่มมีความมั่นใจ ในตนเอง
4. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัย 4 ปี
ด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นวัยที่ชอบท้าทายผู้ใหญ่ ต้องการให้มีคนฟัง คนสนใจ
สามารถแสดงออกทาง อารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์
5. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัยระหว่าง
5-6 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ แสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับ
สถนการณ์อย่างเหมาะสม
ลักษณะพัฒนาการทางด้านจิตใจของเด็กปฐมวัย
3 ปี แรก
เด็กเริ่มเลียนแบบพฤติกรรมการแสดงออกจากผู้ที่เด็กได้ใกล้ชิด
บางครั้งเด็กแสดงพฤติกรรมไม่ถูกต้อง เพราะไม่เข้าใจในพฤติกรรมที่ตนได้กระทำ
3-6 ปี พัฒนาการทางด้านจิตใจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพราะเด็กสามารถใช้คําพูดที่มีความหมาย มีความชัดเจน มีการรับรู้ได้ดี
เป็นวัยที่เด็กอยากรู้อยากเห็นมาก ทำให้พัฒนาการทางด้านจิตใจเกิดขึ้นได้
ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ
1.ลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
สิ่งที่เด็กได้รับการถ่ายทอดจากบิดามารดาหรือบรรพบุรุษ
เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธได้
เช่น เด็กได้รับยีนเพศผิดปกติ XYY จะมีอารมณ์ผิดปกติ
พฤติกรรมก้าวร้าว
เป็นต้น
2.การอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับจากครอบครัว
การอบรมเลี้ยงดูแต่ละ
ครอบครัวแตกต่างกัน
จะมีผลต่ออารมณ์และจิตใจของเด็ก ดังนี้
1) บรรยากาศในการอบรมเลี้ยงดูและวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กของแต่ละครอบครัว
2) ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว
3) ความสม่ำเสมอและคงที่ในการอบรมเลี้ยงดู
4) สภาพเศรษฐกิจของครอบครัว
5) แหล่งที่ตั้งของครอบครัว
6) การโยกย้ายของครอบครัว
หลักการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ
ของเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการควรยึดหลัก
ดังนี้
1. วางแผนการประเมินพัฒนาการอย่างเป็นระบบโดยเริ่มต้นจากการศึกษาหลักสูตรการศึกษา
ปฐมวัย
กำหนดวัตถุประสงค์ วิธีการและเครื่องมือการประเมินและเก็บรวบรวมข้อมูลแปลผลต่อไป
2. ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้านซึ่งต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง
ประสงค์
ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์แต่ละวัยที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา
3. ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี
4.ประเมินพัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย
5. สรุปผลการประเมินจัดทำข้อมูลและนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาเด็กเป็นรายบุคคลและใช้เป็น
ข้อมูล
สื่อสารกับผู้ปกครองในการเสริมศักยภาพเด็กเป็นรายบุคคล
เทคนิควิธีและตัวอย่างที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ
1.
การสังเกต การสังเกตเป็นเครื่องมือวัดผลชนิดหนึ่งที่นิยมใช้มาก
เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตันักเรียนแล้วจึงบันทึก
ผลการสังเกตลงในแบบบันทึกข้อมูลในการเรียนการสอน สิ่งที่ครูจะสังเกตนักเรียน
2.
การสัมภาษณ์
ด้วยวิธีการพูดคุยกับเด็กเป็นรายบุคคลและควรจัดในสภาวะแวดล้อมเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิด
ความเครียด และวิตกกังวลผู้สอนควรใช้คำถามที่เหมาะสมเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและตอบอย่างอิสระจะทำให้
ผู้สอนสามารถ
ประเมินความสามารถทางสติปัญญาของเด็กแต่ละคนและค้นพบศักยภาพในตัวเด็กได้โดย บันทึก
ข้อมูลลงในแบบสัมภาษณ์
3 แบบสำรวจรายการ โดยกำหนดประเด็นหรือพัฒนาการที่ต้องการสำรวจ
(สอดคล้องกับสภาพที่พึง
ประสงค์หรือจุดประสงค์การเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้)
ระบุชื่อ นามสกุลเด็ก วัน เดือน ปี เกิดไว้ล่วงหน้า
มีการกำหนดรายการพฤติกรรมที่ต้องการสำรวจละเอียดขึ้น
และกำหนดเกณฑ์ในการสำรวจพฤติกรรม เช่น ปฏิบัติ-ไม่ปฏิบัติ ทำได้-ทำไม่ได้ เป็นต้น
ช่วยให้ครูสามารถบันทึกได้สะดวกขึ้น ควรมีการสำรวจพฤติกรรมในเรื่องเดียวกันอย่างน้อย
๓ ครั้งเพื่อยืนยันว่าเด็กทำได้จริง
.png)
.png)
.png)
.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น