สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่มที่ 7
การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา : ทักษะการคิด และการคิดแบบต่างๆ
ของเด็กปฐมวัย เทคนิควิธีและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
ภาพการเข้าร่วมและทำกิจกรรมการนำเสนองาน กลุ่มที่ 7 ผ่านช่องทาง Google Meet
สรุปความรู้
กลุ่มที่ 7
การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา
: ทักษะการคิด และการคิดแบบต่างๆ
ของเด็กปฐมวัย
เทคนิควิธีและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
การคิด
หมายถึง
การคิดเป็นกระบวนการของสมองในการประมวลข้อมูลความรู้ ไปสู่การอธิบาย การประยุกต์
การขยาย และการสร้างใหม่
จุดเริ่มต้นของการคิดขึ้นอยู่กับสิ่งเร้าและการได้ใช้ประสาทสัมผัส กิจ 5
ที่ไปกระตุ้นสมองให้รับรู้ผ่านสู่กระบวนการทางสมองเพื่อ
ซึมซับและเชื่อมความรู้เดิมและความรู้ใหม่
ทักษะการคิดสำหรับเด็กปฐมวัย
การคิดสำหรับเด็กปฐมวัยจะใช้คำถามเพื่อกระตุ้น
กระบวนการคิดในขณะทำ กิจกรรม หรือการจัดประสบการณ์
ทางวิทยาศาสตร์นับว่าเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กได้ คิด วิเคราะห์ สังเกต
และเปรียบเทียบ โดยคุณภาพของ คำถามที่ถามได้ถูกวิธี ถูกเวลา ขณะที่เด็กกำลังให้
ความสนใจ และเรียนรู้ในกิจกรรมที่เคยเตรียมไว้นั้นมีผลต่อกระบวนการคิด
หาคำตอบของเด็กว่า สามารถพัฒนาการคิดได้มากน้อยเพียงใด
ดังนั้นครูและผู้ที่เกี่ยวข้องจึงควรมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับ
ความหมายความสำคัญองค์ประกอบ และหลักในการส่งเสริม การคิดสำหรับเด็กปฐมวัย
พร้อมทั้งความสำคัญของหลักการใช้ คำถาม
และประเภทของคำสำหรับเด็กประถมวัยเพื่อเด็กจะได้นำความรู้ที่ได้รับมาเป็นทักษะพื้นฐานในการแก้ปัญหาต่อไป
ความสำคัญของการคิด
1.
การคิดช่วยให้เด็กปฐมวัยได้รู้จักการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล
ขณะทำกิจกรรมที่ฝึกทักษะ การคิดต่างๆ
2.
การคิดเกิดขึ้นได้ขณะที่เด็กฝึกทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ ได้แก่
การสังเกต การวัด การจําแนกประเภท การลงความ เห็น การสื่อความหมาย
การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปชกับ เวลาและการ ใช้ตัวเลข เป็นต้น
3. การคิดช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้วิธีการแสวงหาความรู้ด้วย
ตนเอง
4. การคิดช่วยให้เด็กมีโอกาสหาคำตอบในการแก้ปัญหา
5.
การคิดช่วยให้เด็กเรียนรู้ความสามารถของศักยภาพทางการ คิดของตนเอง
6. การคิดช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา
ทําให้เด็กพัฒนาความสามารถ ทางสมอง 7. การคิดช่วยให้เด็กเล็กๆสามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ถ้า
ปัญหานั้นมีความเกี่ยวข้องกับเด็ก
ประเภทของการคิด
1.
ทักษะการคิดพื้นฐาน (BASIC THINKING SKILLS) แบ่งเป็นทักษะ
การสื่อความหมาย และ ทักษะการคิดที่เป็นแคน หรือทักษะการคิดทั่วไป
1.1 ทักษะการสื่อความหมาย (COMMUNICATION
SKILLS)
ทักษะการสื่อความหมาย(Communication
Skills) หมายถึง ทักษะการรับสารที่แสดงถึง ความคิดของผู้อื่นที่เข้า
มาเพื่อรับรู้ตีความแล้วจดจำและเมื่อต้องการที่เจาะลึก เพื่อนำ มาเรียบเรียงและถ่ายทอด
ความคิดเห็นของตนให้แก่ผู้อื่น โดยแปลงความคิดให้อยู่ในรูปภาษาต่างๆ
ทั้งที่เป็นข้อความ คำพูด ศิลปะ ดนตรี คณิตศาสตร์ ฯลฯ
1.2 ทักษะการคิดที่เป็นแกนหรือทักษะการคิดทั่วไป
(CORE
OR GENERAL THINKING SKILLS)
หมายถึง ทักษะการคิดที่จําเป็นต้องใช้อยู่เสมอในการดำรง
ชีวตบ ชีวิตประจำวันและเป็น
พื้นฐานการคิดขึ้นสูงที่มีความสลับ
ซับซ้อนซึ่งคนเราจำเป็นต้องใช้ในการเรียนรู้เนื้อหาวิชาการ ต่างๆ
ตลอดจนการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทักษะการคิดที่เป็น แกน ประกอบด้วย
• การสังเกต
•การสํารวจ
• การตั้งคำถาม
• การเก็บรวบรวมข้อมูล
• การระบุ
• การจําแนกแยกแยะ
•การจัดลำดับ
•การเปรียบเทียบ
• การจัดหมวดหมู่
• การสรุปอ้างอิง
•การแปล การตีความ
• การเชื่อมโยง
• การขยายความ
• การให้เหตุผล
• และการสรุปย่อ
2.
ทักษะการคิดขั้นสูง หรือทักษะการคิดที่ซับซ้อน (Higher ordered/
More Complicated Thinking Skill) หมายถึง
ทักษะการคิดที่มีขั้นตอนหลายขึ้น และ ต้องอาศัยทักษะการสื่อความหมายและทักษะการ
คิดที่เป็นแกน หลายๆทักษะในแต่ละชั้น ทักษะการคิดชั้นสูงจึงจะพัฒนาได้เมื่อ ผู้เรียนได้ผ่านการพัฒนาทักษะการคิดพื้นฐานจนเกิดความชำนาญ
แล้ว ทักษะการคิดขั้นสูงประกอบด้วย
ลักษณะการคิด
ลักษณะการคิด คือ
รูปแบบของการคิดที่ประกอบด้วยทักษะการคิด หลาย ๆ ทักษะ
ลักษณะการคิดแต่ละลักษณะประกอบด้วย ทักษะการคิด ที่
แตกต่างกันทำให้จุดมุ่งหมายของการ คิดแตกต่างกันไป ลักษณะการ คิดได้แก่
การคิดกว้าง การคิดละเอียดลึกซึ้ง การคิดไกล เป็นต้น
1.
การคิดคล่องและหลากหลาย เป็นความสามารถที่จะคิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือใน
สถานการณ์ใด สถานการณ์หนึ่ง ได้ผลการคิดจํานวนมาก รวดเร็ว ตรงประเด็น และมี
ความหลากหลาย สามารถแตกแยกเป็นหลายแขนง หลายกลุ่ม หลาย ทักษะ
หลายประเภทหรือหลายรูปแบบ
2.
การคิดวิเคราะห์และคิดผสมผสาน การคิดวิเคราะห์
เป็นการแบ่งหรือแยกแยะสิ่งที่น่าสนใจหรือสิ่งที่ ต้องการศึกษาออกเป็น ส่วนย่อย ๆ
หรือออกเป็นแง่มุมต่าง ๆ แล้ว ทำการศึกษาส่วนย่อย ๆ นั้นอย่างลึกซึ่ง
การวิเคราะห์จะทำให้เกิดความ เข้าใจหรือความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่สนใจ
หรือสิ่งที่ต้องการศึกษาได้มากขึ้น และสามารถค้นพบสิ่งต่าง ๆ
เกี่ยวกับเรื่องนั้นได้ง่ายขึ้น
การคิดผสมผสาน เป็นการรวมความรู้ย่อย
หรือผลจากการ วิเคราะห์ให้เป็นข้อมูลใหม่ ข้อสรุปใหม่หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ เพื่อ
นําไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่ได้มากขึ้น
3. การคิดริเริ่ม
เป็นการคิดที่ได้ผลการคิดที่มีความแปลกใหม่แตกต่างไปจากความคิด ของ คนทั่ว ๆ ไป
มีลักษณะหรือมุมมองไม่เหมือนผู้อื่น เป็นการนำความรู้
เดิมมาดัดแปลงให้เป็นความคิดใหม่ซึ่งไม่ช้ากับใคร
4.การคิดละเอียดชัดเจน
เป็นการคิดที่ให้ผลของการคิดที่มีรายละเอียดทั้งส่วนที่เป็นหลักของเรื่อง
ที่คิดและส่วนที่เป็นองค์ประกอบย่อยของหลักที่คิดรวมถึงการคิดที่
ชัดเจนโดยสามารถอธิบายเรื่องที่ตนเองหรือยกตัวอย่างที่สอดคล้องกับ
เรื่องที่ตนเองคิดได้และกรณีการคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติจะสามารถบอก
ขั้นตอนการปฏิบัติได้
5. การคิดอย่างมีเหตุผล
เป็นการคิดที่อ้างอิงหลักฐานมาสนับสนุนเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องโดย
สามารถอ้างอิงหลักฐานและอธิบายหรือบอกความสัมพันธ์ระหว่างหลัก
ฐานที่อ้างกับข้อสรุปได้
6. การคิดกว้างและรอบคอบ
เป็นการคิดที่ครอบคลุมถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คิดในทุกด้านทุกแง่ทุกมุมที
เกี่ยวกับเรื่องนั้นไม่คิดเฉพาะเรื่องที่มาเกี่ยวข้องกับตัวเองหรือเรื่องที่เป็นผล
ประโยชน์ของตัวเอง
7. การคิดไกล เป็นการคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งอาจเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการก
ระทำในปัจจุบันหรือเป็นจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้น ในอนาคต
8. การคิดลึกซึ่ง
เป็นการคิดที่ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องและลึกซึ่งเกี่ยวกับเรื่องที่
คิดโดยสามารถเข้าใจสภาพต่างๆที่ซับซ้อนทั้งในภาพรวมและส่วน ประกอบย่อยของเรื่องที่คิดได้
9. การคิดดี คิดถูกทาง
เป็นการคิดที่ตรงจุดมุ่งหมายคิดในแง่ที่ดีที่เป็นประโยชน์
ต่อตนเองต่อส่วนรวมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
การจัดประสบการณ์ที่สร้างเสริมการคิดของเด็กปฐมวัย
1. จัดประสบการณ์ที่มีความหมายต่อเด็กและสะท้อน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของ เด็ก ครูควร
เปิด
โอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนสนใจและสามารถนำ ไปใช้ประโยชน์ได้
ให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการ มี อิสระในการเลือกทํากิจกรรมได้ตามความถนัด
2. ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ทางสังคมโดยการเปิดโอกาสให้
เด็กได้คุย สนทนา อภิปรายและ โต้เถียง ใน
ระหว่าง
การเรียนรู้ ควรกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งทางความ คิด โดยการถามคำถาม
3.
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม
4.
คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของเด็ก
และเปิด โอกาสให้เด็กได้เล่าเรื่องหรือเหตุการณ์ ที่ตน
ประทับใจ
เพราะช่วยให้เด็กตระหนักเกี่ยวกับความรู้สึกของ ตนเอง
5. ส่งเสริมและให้โอกาสเด็กในการทำงานเป็นกลุ่มร่วม
กับเพื่อน เพื่อส่งเสริมความสามารถ
การทํางานร่วมกัน
การพูดคุย และการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ที่แตกต่างจากตน
.png)
.png)
.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น